วันพฤหัสบดีที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2559

เค้กเจ มีด้วยเหรออ ?????

KITCHENMAN CAN DO : เค้กเจ



สวัสดีครับ ห่างหายกันไปนานเลย มีคนคิดถึงกันบ้างไหมน้า ช่วงนี้ผมยุ่งมาก เลยไม่เคยมีเวลามาอัพบล้อคเลยครับ ไหนจะงานประจำ เรียนทำขนม และ ทำเค้กส่งให้กับลูกค้า พอได้มีเวลาก็เลยรีบกลับมาอัพเดทผลงานให้เพื่อนๆได้ชมกันนะครับ

จากหัวเรื่อง หลายๆคนคงแอบสงสัยว่า เค้กเจ มันเจจริงหรือเปล่า หรือก็เป็นแค่ขนมปังยัดไส้ทั่วๆไป วันนี้ผมจะมาทำเค้กเจที่ดูคล้ายกับเค้กที่เรากินกันทั่วๆไปครับ

วัตถุดิบ

แป้งอเนกประสงค์        140 กรัม
ผงโกโก้                         50 กรัม
ผงฟู                              1/2 ช้อนชา
เบคกิ้งโซดา                     1 ช้อนชา
เกลือ                                1 หยิบมือ

น้ำเต้าหู้                         225 กรัม
น้ำตาล                           160 กรัม
น้ำมันพืช                        100 กรัม
วานิลลาสกัด                       1 ช้อนชา

แยมราสเบอร์รี่              150 กรัม
วิปปิ้งครีม(แบบเจ)         150 กรัม

ราสเบอร์รี่สด

ขั้นตอนการทำ

1. ร่อนแป้ง ผงโกโก้ ผงฟู เบคกิ้งโซดา เกลือ ลงในชามผสม เสร็จแล้วพักไว้
2. ผสมน้ำเต้าหู้ น้ำตาล น้ำมันพืช วานิลลาสกัด คนให้เข้ากัน
3. นำของเหลวที่ได้ในข้อ 2. มาเทลงในชามผสมของแห้ง จากนั้น คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน
4. เทส่วนผสมลงในพิมพ์ นำเข้าอบไฟ 160 องศา เป็นเวลา 40 นาที (สังเกตได้ว่าเค้กสุกโดยใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มลงไปที่เค้ก แล้วไม่มีส่วนผสมติดมากับไม้)
5. นำเค้กออกจากเตา พักไว้ให้เย็น จึงถอดเค้กออกจากพิมพ์
6. ตัดแบ่งเค้กเป็นชิ้นเล็กๆ ตามขนาดที่ต้องการ วางพักไว้
7. ตี วิปปิ้งครีมเจ ให้ตั้งยอด จากนั้น ผสมเข้ากับ แยมราสเบอร์รี่ คนให้เข้ากันแล้วชิมรสชาติ (สามารถปรับเปลี่ยนรสชาติได้ตามต้องการนะครับ)
8. ตกแต่งเค้กตามต้องการ ปิดท้ายด้วยวางราสเบอร์รี่ลงไป

เห็นมั้ยครับ ง่ายมากกกกก ใครๆก็ทำได้  หากเพื่อนๆอยากติดตาม ข่าวสารอัพเดท ก็อย่าลืมแวะเวียนไปที่เพจ www.facebook.com/kitchenmanfriend นะคร้าบบบบ วันนี้ขอลาไปก่อนครับ สวัสดีวันถือศีลกินเจนะฮะ ^^





วันพฤหัสบดีที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2559

KITCHENMAN CAN DO : มาทำของหวานต้อนรับวันแม่กันดีกว่า ^^

KITCHENMAN CAN DO : กรานิต้า ชามะลิ


 สวัสดีวันฝนพรำนะครับ พรุ่งนี้ก็วันแม่แล้ว ลูกๆเตรียมอะไรไว้เซอร์ไพร์สคุณแม่กันบ้างเอ่ย ^^ ตัวผมเองเตรียมไว้แล้วคร้าบ จะเป็นอะไรไปไม่ได้ นอกจากใช้วิชาความรู้ มาทำของหวานเล็กๆน้อยๆให้คุณแม่ได้ทานครับ

สำหรับเมนูของหวานในวันนี้ คือ "กรานิต้า ชามะลิ" ครับ บางคนอาจจะสงสัยว่า "กรานิต้า" คืออะไร??? เรียกง่ายๆ แบบบ้านเราก็คือ น้ำแข็งใส นั่นล่ะครับ หุๆๆ อ่ะ มาดูส่วนผสมและวิธีทำอันแสนง่ายดายกันเลยครับ ...


วัตถุดิบ
ชามะลิ                    2 ซอง
น้ำเปล่า              150 กรัม
น้ำผึ้ง                    30 กรัม

วิธีทำ
1. นำถุงชา 2 ซอง แช่ในน้ำร้อนประมาณ 3-4 นาที ให้กลิ่นและรสออกมาเต็มที่
2. ใส่น้ำผึ้งลงไป เพื่อเพิ่มรสชาติ จากนั้น คนให้เข้ากัน
3. เทส่วนผสมลงในจานก้นแบน นำเข้าแช่ช่องฟรีซ (ใช้จานก้นแบน เพราะจะทำให้ชาแข็งตัวได้เร็วขึ้นครับ^^)
4. เมื่อชาแข็งตัวดีแล้ว ใช้ส้อมขูดให้เป็นเกล็ดน้ำแข็ง เมื่อขูดเสร็จแล้ว ให้แช่แข็งอีกรอบ ก่อนนำมาเสิร์ฟ
5. ตกแต่งด้วยผลไม้สด เยลลี่ หรือ วุ้นตามชอบ (วันนี้ผมทำวุ้นสีฟ้าให้เข้ากับเทศกาลครับ^^ หากใครไม่ชอบทานวุ้น ก็สามารถเปลี่ยนเป็นผลไม้สด ผลไม้กระป๋อง เยลลี่ ฯลฯ ได้ตามชอบครับ)
6. นำกรานิต้าที่ขูดแล้ว ออกจากช่องแข็ง ตักลงบนแก้วที่เตรียมไว้ ตกแต่งด้วยดอกมะลิ พร้อมเสิร์ฟ ^^


เห็นมั้ยครับ ง่ายอีกแล้ว มาทำขนมกับผมไม่มีคำว่ายากเลย จริงมั้ย ^^ เพื่อนๆท่านไหน ได้ดูได้ชมแล้วมีความสนใจ ก็สามารถนำไปลองทำได้เลยนะคร้าบ ยินดีมากๆครับ

สุดท้ายนี้ ผมก็ขอเป็นตัวแทนของลูกๆทุกคน อวยพรให้คุณแม่ของพี่ๆน้องๆ ที่ติดตามแฟนเพจของผม รวมถึง blog ด้วยนะครับ มีความสุขความเจริญ ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บทั้งหมดทั้งมวลด้วยนะครับ ไว้พบกันใหม่ในครั้งหน้านะครับ มาดูกันซิว่า ผมจะหาอะไรสนุกๆมาให้เพื่อนๆได้ลองทำกันอีก สำหรับวันนี้ลาไปก่อนนะคร้าบ สวัสดีครับ ^^

ปล - เพื่อนๆสามารถกดติดตามแฟนเพจของผมได้ที่ www.facebook.com/kitchenmanfriend นะคร้าบ มีสาระดีๆ สูตรขนม และ ของรางวัลแจกกันอยู่นะครับ ^^

วันพุธที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2559

KITCHENMAN CAN DO : No-baked Strawberry Chocolate Tart

KITCHENMAN CAN DO : NO-BAKED STRAWBERRY CHOCOLATE TART


สวัสดีคร้าบ มาพบกันอีกครั้ง แสดงว่าผมจะต้องมีสูตรขนมง่ายๆ ใครๆก็ทำได้ มาฝากอีกเช่นเคยครับ...

เรื่องมันก็มีอยู่ว่า เพื่อนไลน์มาขอความช่วยเหลือให้สอนทำขนมให้หน่อย จะเอาไปเซอร์ไพร์สคนสำคัญ (เอ๊ะ คุ้นๆเหมือนว่าผมเคยเจอคนมาให้สอนแบบนี้ไปแล้วครั้งนึง หุๆๆ)

สิ่งที่เพื่อนรีเควสมา อยากให้มี chocolate และ strawberry เพราะคนสำคัญชอบ แล้วที่สำคัญที่สุด ต้องเป็นขนมที่ไม่ง้อเตาอบ !!!! ฟังบรีฟเสร็จก็มีขนมชิ้นนี้อยู่ในหัวเลยครับ รอช้าอยู่ใย ตามไปดูสูตร และ วิธีทำกันเล้ยยย



NO-BAKED STRAWBERRY CHOCOLATE TART
วัตถุดิบ
โอรีโอ              1 1/2 แพ็ค
เนยละลาย            80 กรัม
วิปปิ้งครีม            180 กรัม
ดาร์คชอคโกแลต 300 กรัม
อัลมอนด์สับ            25 กรัม
สตรอว์เบอรี่               4 ลูก

ขั้นตอนการทำ
1. ใส่โอรีโอ้ลงใน food processor แล้วบดให้ละเอียด
2. ใส่เนยละลายตามลงไป จากนั้นปั่นให้เข้ากันดี
3. กรุโอรีโอ้ลงในพิมพ์ (พิมพ์กลมแบบถอดฐาน ขนาด 20ซม.) ใช้ก้นแก้วช่วยในการกดให้เรียบเนียน เก็บขอบให้เรียบร้อย
4. นำไปแช่ในช่องแข็งรอไว้ ระหว่างเตรียมทำช้อคโกแลต
5. อุ่นวิปปิ้งครีมให้ร้อน (ไม่ต้องอุ่นจนเดือด)
6. เทลงในชามช้อคโกแลต พักไว้ประมาณ 1-2 นาที จากนั้นคนให้เข้ากัน หากพบว่ายังมีช้อคโกแลตยังไม่ละลาย ให้นำเข้าไมโครเวฟประมาณ 20 วินาที แล้วเอาออกมาคนให้เข้ากันได้
7. ราดช้อคโกแลตลงในฐานพายให้ทั่ว เกลี่ยให้หน้าช้อคโกแลตเรียบเนียน จากนั้นวางสตรอว์เบอรี่ลงไปตกแต่ง ปิดท้ายด้วยอัลมอนด์สับ
8. แช่เย็นไว้ประมาณ 2 ชั่วโมง หรือ ข้ามคืน ก่อนเสิร์ฟ


ingredients
oreo                                   1 1/2 pack
melted butter                         80 g
whipping cream                  180 g
dark chocolate                    300 g
chopped almond                   25 g
strawberry                              4 pcs

directions
1. Place oreo cookies into the bowl of a food processor and blend until crumbs form.
2. Add melted butter and pour over the crushed cookies. Process until evenly moistened.
3. Press cookie mixture with the back of the spoon and your fingers where necessary,  into the bottom and edges of a round (20cm) tart pan.
4. Freeze until you prepare the filling, just for few minutes.
5. In a small saucepan, place cream over medium-low heat for a few minutes to get hot. No boiling or simmering needed.
6. Remove from heat, pour over chopped chocolate and let rest for 1-2 minutes. Stir until dissolved.
7. Pour chocolate filling over oreo crust, and top with fresh strawberries and chopped almonds.
8. Refrigerate for at least 2 hours or overnight before serving.


เห็นมั้ยครับ ง่ายนิดเดียว ใครๆก็ทำได้ ไม่ต้องง้อเตาอบด้วย ใครที่สนใจก็สามารถนำสูตรไปลองทำกันได้นะครับ แล้วก็อย่าลืมมาส่งการบ้านกันด้วยน้าาา

สำหรับวันนี้ต้องขอตัวไปออกกำลังกายก่อนนะครับ ทานขนมให้อร่อยแล้ว ก็ต้องรู้จักวิธีควบคุมน้ำหนักด้วยนะคร้าบ จะได้ไม่อ้วนเนอะ ^^ ไว้พบกันใหม่โอกาสหน้านะครับ

สุดท้ายนี้ อย่าลืมตามไปฟอลโล่ว facebook fanpage ของผมกันได้ที่ ---> www.facebook.com/kitchenmanfriend


วันพฤหัสบดีที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

KITCHENMAN CAN DO : ขอท้า !!! ทำขนมโดยใช้วัตถุดิบทั้งหมดจาก 7-11 !!!

KITCHENMAN CAN DO : ขอท้า !!! ทำขนมโดยใช้วัตถุดิบทั้งหมดจาก 7-11 !!!


สวัสดีครับ กลับมาเจอกันอีกครั้งนะฮะ blog นี้ เกิดขึ้นมาจากการที่ไปเดิน 7-11 กับเพื่อน เพื่อซื้อของกิน แล้วเพื่อนก็เลยท้าว่า เฮ้ย! ไหนลองทำขนมมาให้กินหน่อย แต่มีข้อแม้คือ ต้องใช้วัตถุดิบทุกอย่างที่ซื้อใน 7-11 เท่านั้น !!!


พูดจบปุ๊บ ก็ไม่รอช้าครับ  จัดการชอปปิ้งวัตถุดิบซะเลย ก็จะได้มาตามภาพฮะ


หลายคนดูวัตถุดิบแล้วอาจจะงงๆว่าผมจะทำขนมอะไร ก็ขอบอกตรงนี้เลยละกันนะครับ วันนี้จะมาทำขนมที่เรียกว่า "frozen jelly gummy tart" ฟังชื่อแล้ว อย่าคิดไปถึงเจ้าหญิงเอลซ่านะครับ ^^ ขนมชนิดนี้ เป็นทาร์ตที่ต้องทานแบบแช่แข็งครับ เนื่องด้วยส่วนผสม ไม่สามารถคงตัวได้หากทิ้งไว้ ณ อุณหภูมิห้อง

สำหรับขั้นตอนการทำก็จะแบ่งได้ง่ายๆ 3 ขั้นตอนฮะ ...


ขั้นตอนแรกคือการทำฐาน โดยผมนำเอาแคร้กเกอร์มาปั่นให้ละเอียดผสมกับเนยละลายลงไป จากนั้นก็นำมากรุในพิมพ์แล้วแช่แข็งในฟรีซรอไว้เลยครับ



ขั้นตอนถัดมา เราจะนำ โยเกิร์ตมาผสมกับปีโป้จากนั้นใส่นมเปรี้ยวลงไปเล็กน้อยเพื่อเพิ่มรสชาติครับ คนผสมให้เข้ากันแล้วเทลงในฐานที่เตรียมไว้ จากนั้น นำกลับเข้าไปแช่ในฟรีซเช่นเดิม จนขนมแข็งตัว


ขั้นตอนสุดท้ายคือการตกแต่งครับ ผมนำเอาเยลลี่ต่างๆ มาตกแต่งด้านบนเพื่อเพิ่มสีสันและรสสัมผัสครับ ทั้งนี้แล้วแต่ความชอบเลยฮะ จะแต่งด้วยอะไรก็ได้ครับ หากใครอยากนำผลไม้ที่ขายใน 7-11 มาแต่งก็ได้เช่นกันครับ ^^





 เพียงเท่านี้ก็ได้ขนมอร่อยๆไว้ทานเล่นแล้วครับ ดูแล้วง่ายใช่ไหมครับ ผมทำได้ ใครๆก็ทำได้ครับ สะดวก รวดเร็ว ไม่ต้องง้อเตาอบ เหมือนเวลาเราเดินเข้าร้านสะดวกซื้อ เช่น 7-11 เลยครับ

สำหรับ blog ถัดไป ผมจะมาทำอะไรให้ได้ชมกันอีก ก็อย่าลืมติดตามกันด้วยนะครับ ตามมา follow กันได้ที่แฟนเพจ www.facebook.com/kitchenmanfriend

แล้วเจอกันนะคร้าบบบบบ

วันอังคารที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ร้านน่านั่ง ขนมน่าทาน อาหารน่ากิน (episode3) : เพียงไพร

เพียงไพร

เครดิตภาพ : wongnai 

สวัสดีคร้าบบบ กลับมาเจอกันอีกแล้วกับรีวิว "ร้านน่านั่ง ขนมน่าทาน อาหารน่ากิน" คราวนี้ ตอนที่ 3 แล้วนะครับ ขอเปลี่ยนบรรยากาศจากร้านกาแฟ ร้านขนม มาเป็น ร้านอาหารกันบ้างนะครับ ^^



ด้วยความที่ผมทำงานเป็นสจ๊วต ก็จะมีโอกาสได้ไปค้างตามสถานที่ต่างๆนะครับ และ สายการบินที่ผมทำงานอยู่ทุกวันนี้ ก็มีจุดหมายปลายทางที่ได้ลงค้างกันที่ภูเก็ตด้วยครับ ว่าแล้วก็มาเข้าเรื่องของกินกันเล้ยยยยย

ไฟล์ทนี้นัดแนะกับเพื่อนร่วมงานในทีมครับ ว่าจะรวมตัวกันไปทานอาหารพื้นเมืองกันที่ร้าน "เพียงไพร" ซึ่งเป็นร้านอาหารใต้ครับผม ทุกคนดูตื่นเต้นมากๆ เพราะไม่ได้แวะเวียนไปทานอาหารที่ร้านนี้กันนานมากๆแล้ว เนื่องด้วยโรงแรมเก่าไกลจากร้านอาหารมากๆ 

ร้านเพียงไพร ตั้งอยู่บริเวณใกล้ๆ ปากทางเข้าน้ำตกบางแป ครับผม (สำหรับแผนที่โดยละเอียด แนะนำ search หาจาก google ได้เลยนะคร้าบ) ร้านเปิดทุกวันนะครับ ตั้งแต่ 10.00-20.00 น. ครับ 

บ่นมานาน งั้นมาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าครับ วันนี้ผมและเพื่อนๆ สั่งอาหารกันหลายชนิดทีเดียวครับ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นอาหารที่ทางร้านแนะนำครับ จะมีอะไรบ้าง ตามไปดูกันเลยดีกว่า ^^


เปิดประเดิมกันด้วย "ยำมังคุด" นะครับ เป็น signature ของร้านนี้เลยก็ว่าได้ ทุกโต๊ะต้องสั่งกันเลยทีเดียวครับ เรียกว่า ไม่ค่อยมีร้านไหนทำเมนูนี้ออกขาย ส่วนประกอบของอาหารจานนี้คือ มังคุด ที่นำมายำกับ มะพร้าวคั่วครับ มีกลิ่นหอมจางๆ รสชาติหวานๆเปรี้ยวๆ ไม่เผ็ดเลยครับ (เด็กๆทานได้ฮะ)


จานต่อมาคือ "แกงปูใบชะพลู+เส้นหมี่" รสชาติดีทีเดียวครับ หอมเครื่องแกงและไม่เผ็ดจนเกินไป (ผมเคยทานแกงปูบางร้าน เผ็ดมากกกกก) แต่แอบเสียดายวันนี้ ปูยุ่ยไปหน่อย ไม่ค่อยเป็นชิ้นๆ (ปกติปูของที่นี่จะเป็นก้อนๆไม่ยุ่ยเลยครับ)


ถัดมาเป็นเมนูที่ผมสั่งประจำเวลาไปร้านอาหารใต้ นั่นก็คือ "สะตอผัดกะปิกุ้ง" รสชาติเผ็ดนิดๆ มีความเค็มจากกะปิ ส่วนสะตอที่อยู่ในจานนี้สดกรอบดีครับ แต่น่าเสียดาย วันนี้อาจจะไม่ถึงรสไปนิดนึง เพราะเท่าที่จำได้ เมนูนี้จะรสชาติจัดจ้านกว่านี้ 


มาทานผักกันบ้างดีกว่าครับ จานนี้ชื่อว่า "ใบเหลียงผัดไข่" (บางคนเรียก เหมียง) อันนี้รบกวนพี่น้องชาวใต้ โปรดชี้แนะด้วยนะคร้าบ ว่าจริงๆแล้ว ออกเสียงว่าอะไรกันแน่ หุหุ ... จานนี้ก็อร่อยตามมาตรฐานร้านอาหารใต้ทั่วๆไปนะครับ 


ต่อไปคือ "น้ำพริกกุ้งสด" เมนูนี้ ก็คล้ายๆกับน้ำพริกกะปิที่เราคุ้นเคยนะครับ เพียงแต่ว่า นำกุ้งสดมาใส่ลงไปตำในน้ำพริกด้วย ทานกับผักสด ใครที่กำลังควบคุมน้ำหนัก ก็ขอแนะนำจานนี้เลยครับ 


มาที่พระเอกของมื้อนี้กันดีกว่าครับ "แกงส้มปลากระพงยอดมะพร้าวอ่อน" มาทานร้านอาหารใต้ทีไร ไม่พลาดที่จะต้องสั่งเมนูนี้กันเลยทีเดียว เรียกได้ว่า สั่งมาเพื่อเทสต์ฝีมือพ่อครัวก็ว่าได้ (ผมก็พูดไปเรื่อยเนอะ 555) มาต่อกันที่รสชาติดีกว่า น้ำซุปมีความเข้มข้น เผ็ดร้อน แต่ไม่เผ็ดจนทานไม่ได้นะครับ ปลาสด เนื้อแน่น ยอดมะพร้าวกรุบกรอบดีครับ โดยรวมถือว่าโอเคเลยฮะ แป๊บเดียวซดหมดถ้วยเลยฮะ


อีกเมนูนึง มีชื่อไม่คุ้นหูคนกรุงเทพอย่างผมเลย นั่นก็คือ "งบ" ฟังครั้งแรก ถึงกับงง ว่า มันคืออะไรนะ? พอสั่งมา ก็เลยถึงบางอ้อว่า มันก็คือ ห่อหมกย่าง นั่นเอง ... อยากบอกเลยว่า ห้ามพลาดเมนูนี้เลยนะครับ อร่อยมากๆๆๆๆๆๆๆ สั่งมา 7 อัน ผมทานไปคนเดียว 3 อัน หุๆๆๆๆ 


"กินคาวไม่กินหวานสันดานไพร่" - มีคนเคยพูดกับผมแบบนี้ ตายละ กลัวจะเป็นไพร่ เลยต้องมีของหวานตบท้าย หุๆๆๆๆ จานนี้คือ มะพร้าวอ่อนชุบแป้งทอดโรยงาดำ และ ไอซิ่ง ทางร้านบอกว่า โดยปกติ เมนูนี้จะเป็น กล้วย แทนที่จะเป็นมะพร้าวอ่อน ครับ แต่ ณ วันที่ผมไปทาน กล้วยหมด เลยเปลี่ยนมาใช้มะพร้าวแทน


ในส่วนของรสชาตินั้น ผมว่า มันจืดๆอ่ะครับ เพราะตัวมะพร้าวอ่อนเอง ไม่ค่อยมีรสชาติอยู่แล้ว อันนี้ไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่ฮะ (แต่ก่อนที่เคยมาทาน เป็นกล้วย จะอร่อยกว่ามากครับ)


สุดท้ายนี้ก็ต้องขอขอบพระคุณทางบริษัทนะครับ ที่ให้โอกาสได้บินไปตามสถานที่ต่างๆ ทำให้ผมได้มีโอกาสได้เสาะหาของอร่อยตามแต่ละจังหวัด หรือแต่ละประเทศ มาเขียนรีวิวให้เพื่อนๆได้อ่านกัน

เช่นเคยนะครับ ไม่ติดดาว ไม่ให้คะแนนแต่อย่างใดนะครับ เพราะความอร่อย ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลคร้าบ ส่วนค่าเสียหายมื้อนี้ ขออุบไว้นะครับ แต่หารกันออกมาแล้วก็ไม่แพงมากครับ (ไปกันเยอะๆ ตัวหารเยอะ จ่ายน้อยดี คริคริ) 

คราวหน้าผมจะมาแนะนำร้านอะไร ก็อย่าลืมเข้ามาติดตามกันด้วยนะคร้าบบบบบบ และสำหรับเพื่อนๆท่านไหนที่อยากทราบข่าวคราว ความเคลื่อนไหว ว่าจะรีวิวร้านอาหารร้านไหน มีคลิปสอนทำขนม ทำอาหารอะไร ก็อย่าลืมเข้าไปกดติดตามกันได้ที่ แฟนเพจของผมนะครับ ตามลิงก์ที่ให้ไว้ด้านล่างนี้นะคร้าบบบบ สำหรับวันนี้ขอบคุณสำหรับการติดตามนะครับ ไปบินก่อนนะครับ ฟิ้วววววววววววววว

วันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

มาจับคู่ขนม กับ เครื่องชงกาแฟ NESCAFE Dolce Gusto กันเถอะ ^^

มาจับคู่ขนม กับ เครื่องชงกาแฟ NESCAFE Dolce Gusto กันเถอะ ^^




สวัสดีวันฝนพรำนะครับ ฝนตกแต่เช้าเลย อากาศเย็นสบายแบบนี้ พาลให้ขี้เกียจลุกจากเตียงเลยครับ ใครขับรถไปทำงานก็ระมัดระวังกันด้วยนะครับ



ไหนๆ ก็ตื่นแล้ว ทำอาหารเช้าทานดีกว่า โดยปกติแล้วถ้าวันไหนหยุด ผมจะทำอาหารเช้าทานเอง จะเน้นเมนูที่ไม่หนักมาก ส่วนมากก็จะเป็นกาแฟแก้วโปรดสักแก้ว กับ อาหารง่ายๆ วันนี้เลยจะทำ ครัวซองก์แฮมชีสทานกับกาแฟครับ


ด้วยความที่ว่าได้ เครื่องชงกาแฟ มาใหม่จาก NESCAFE Dolce Gusto เครื่องชงกาแฟแคปซูลอัตโนมัติ ที่คุณภาพเหมือนยกร้านกาแฟมาที่บ้านเลยทีเดียวล่ะ ซึ่งผมเองได้ลองทานกาแฟที่ทำจากเครื่องนี้หลายครั้งแล้ว รู้สึกว่ารสชาติโอเค และก็ใช้งานง่ายมากๆ ผมชอบทั้งกลิ่นหอมและคุณภาพของกาแฟแท้ๆ ซึ่งคนที่ชอบกาแฟสดอยู่แล้ว แนะนำให้ลองดูนะครับ ซึ่งนอกจากกาแฟดำแล้วก็ยังมีกาแฟนม อย่างเช่น CAPPUCCINO, LATTE MACCHIATO และเครื่องดื่มอื่นๆ เช่น GREEN TEA LATTE ครับ ซึ่งเป็นเครื่องดื่มชาเขียวปรุงสำเร็จ อร่อยลงตัวด้วยนมสดแท้ 100% และฟองนมนุ่ม ซึ่งพอลองชิมดูแล้ว สัมผัสได้ถึงรสดั้งเดิมของชาเขียวแท้จากญี่ปุ่น 




ซึ่งผมซื้อมา 3 รสชาติ นั่นก็คือ ESPRESSO INTENSO, LATTE MACCHIATO และ GREEN TEA LATTE ครับ







มาต่อกันที่ครัวซองก์ดีกว่าเนอะ ^^ วันนี้ผมเลือกทำ ครัวซองก์แฮม&ชีส ครับ แต่ก็ไม่ลืมที่จะใส่ผักต่างๆลงไป เพื่อช่วยในเรื่องระบบขับถ่ายด้วยครับ ได้อาหารแล้ว ก็ไม่ลืมที่จะเลือกเครื่องดื่มครับ ^^


วันนี้ผมเลือกทานคู่กับกาแฟ ESPRESSO INTENSO ของ NESCAFE Dolce Gusto  ครับ กาแฟตัวนี้ เป็นกาแฟ อราบิก้าคั่วบดแท้ ให้รสชาติเข้มข้น เหมาะสำหรับเพื่อนๆที่ชื่นชอบกาแฟรสเข้มนะครับ รับรองว่าตื่นแน่นอนครับ ไม่มีง่วงระหว่างวัน อิอิ



เนื่องจากวันนี้เป็นวันหยุด ตอนแรกมีแพลนจะออกไปข้างนอกกับเพื่อนๆ แต่โดนเทซะงั้น ไหนๆก็อยู่บ้านละ นึกไปนึกมา ทำขนมดีกว่า แต่จะทำขนมอะไรดีล่ะ ??? สายตาเหลือบไปเห็นเจ้าแคปซูลกาแฟ เลยเอาวะ ทำขนมที่มันเข้ากับกาแฟนี่ล่ะ



เมนูแรก คือ คุ้กกี้ชอคโกแลตผสมแมคคาเดเมียสับ ผมแอบเพิ่มความหวานให้กับคุ้กกี้เล็กน้อย เนื่องด้วยกาแฟที่ผมเลือกมาจับคู่นั้น คือ LATTE MACCHIATO นี่คือกาแฟนมที่ผสมกาแฟไม่มากนัก เหมาะสำหรับคนที่ชอบทานกาแฟรสอ่อนๆ แต่ยังคงมีรสชาติเข้มนิดๆของกาแฟ ที่พิเศษคือ กลิ่นหอมและฟองนมนุ่มๆ จากนมสดแท้ๆ ที่เวลาทานคู่กับคุ้กกี้จะออกรสหวานนิดหน่อย ทานคู่กันแล้วอร่อยลงตัว


 เมนูถัดมา ผมเลือกทำบราวนี่ครับ แต่คราวนี้ขอทานคู่กับ GREEN TEA LATTE แทนละกันนะฮะ (วันนึงทานกาแฟ 3 แก้วคงไม่ดีแน่ๆครับ แหะๆๆ)


บราวนี่สูตรที่ผมทำบ่อยๆนั้น จะไม่ค่อยหวานนะฮะ ออกจะติดขมเล็กๆจากดาร์กช้อคโกแลต70% วันนี้เลยเอามาลองทานคู่กับ GREEN TEA LATTE รู้สึกว่ารสชาติไปด้วยกันได้ดีมากๆเลยครับ

ที่เห็นในจานแอบตกแต่งด้วยไอศกรีม กล้วย วิปครีม แถมราด ช้อคโกแลตลงไปอีก อันนี้เพื่อความสวยงามนะคร้าบ 555
จากที่เกริ่นไว้ด้านบน GREEN TEA LATTE ของ NESCAFE Dolce Gusto ใช้ชาจากญี่ปุ่นแท้ พอลองชิมดูแล้วก็หอมอร่อย และไม่หวานมากนะครับ เวลาทานกับขนมแล้ว ไม่รู้สึกเลี่ยนเลยครับ

สำหรับวิธีการชงก็ง่ายมาก เริ่มจากแคปซูลนมและชาเขียว


  1. แค่สังเกตระดับน้ำที่กำหนดไว้บนแคปซูล
  2. ใส่แคปซูลลงไปในเครื่อง
  3. ปรับระดับน้ำ
  4. เลือกเครื่องดื่มร้อนโดยผลักคันโยกมาที่สีแดง
เพียงเท่านี้ก็จะได้ GREEN TEA LATTE พร้อมดื่มครับ




เป็นยังไงบ้างคร้าบ พอจะได้ไอเดียกันไปบ้างไม่มากก็น้อยนะครับ เพื่อนๆคนไหน อยากแชร์ไอเดีย ก็เมนท์กันเข้ามาได้เลยนะคร้าบ ไม่มีผิด ไม่มีถูกนะครับ อย่างที่เคยบอกไปนะครับ แค่ได้ทานอาหารที่เราชอบ แค่นั้นก็มีความสุขแล้วครับ

สำหรับใครที่อยากได้เครื่องชงกาแฟ NESCAFE Dolce Gusto รุ่น Mini Me ไปไว้ที่บ้านหรือที่ออฟฟิศแบบผมเข้าไปช้อปได้ที่  https://nescafedolcegusto.popsho.ps/th และติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่แฟนเพจ NESCAFE Dolce Gusto Thailand  ได้เลยครับ

สุดท้ายนี้ ใครที่มีเฟสบุค สามารถติดตามความเคลื่อนไหว กิจกรรมดีๆ เผลอๆได้รับของแจกฟรี จากทางแฟนเพจของผมด้วยนะครับ ^^ ตามไป กดไลค์ กดแชร์ กันได้ที่ www.facebook.com/kitchenmanfriend นะคร้าบ








วันพุธที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2559

KITCHENMAN CAN DO : เป็นสจ๊วตแล้ว จะทำเค้กที่ไหนก็ได้ !!!

microwave cake


อย่างที่ผมเคยบอกไว้ตั้งแต่ blog แรกๆนะครับ ว่างานประจำผมคือ สจ๊วต (พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน) เวลาทำงานก็ไม่ค่อยจะตรงกับคนอื่นเท่าไหร่ เดี๋ยวก็บินไปโน่นมานี่ จะหาเวลาว่างมาทำเค้กที่คอนโดแต่ละที ก็แสนจะยุ่งยาก 

ไฟล์ทนี้ผมได้บินมาค้างที่ภูเก็ตครับ ทางบริษัทให้พักที่โรงแรมระดับ 4 ดาวเลย ^^ แล้วไฟล์ทนี้มีเวลาพักผ่อนเยอะ ผมเลยมาลองทำอะไรสนุกๆ ระหว่างที่อยู่โรงแรมดีกว่าครับ ...

เช้านี้ก็เป็นปกติฮะ ลงมาทานเบรคฟัสต์ที่โรงแรม แต่สิ่งที่แปลกไปคือ วันนี้ผมจะมาทำเค้กกันที่โรงแรมครับ^^ ใช่แล้วครับ อ่านไม่ผิดหรอก ผมจะมาทำเค้กที่ รร จริงๆ ;) แน่นอนว่า มาต่างที่แบบนี้ จะหาเตาอบมาทำเค้ก คงเป็นไปไม่ได้ ดังนั้น เค้กที่จะมาทำวันนี้คือ microwave cake in a mug :) เริ่มกันเลยเนอะ 😊😊😊 

ขั้นแรกก็เริ่มจากวัตถุดิบนะครับ ^^ (เอ๊ะ รูปไม่เกี่ยวกับแคปชั่น หุๆๆๆ)
เทส่วนผสมของแห้งทั้งหมดลงในถ้วยกาแฟ (ถ้วยกาแฟก็ขอมาจากทางห้องอาหารเช้าของโรงแรมครับ)
จากนั้นใช้ส้อมคนให้ส่วนผสมเข้ากัน
ตักนมใส่ลงไป
ใส่น้ำมันพืชลงไป
ตามด้วยชอคโกแลตซอส (ถ้าหากที่โรงแรมมี พีนัตบัตเตอร์ หรือ นูเทลล่า ก็สามารถใส่แทนกันได้เลยนะครับ)
จากนั้นคนให้เข้ากัน
นำเข้าไมโครเวฟ ใช้เวลา 1 นาที (ขั้นตอนนี้ ผมขออนุญาตเชฟ ให้ช่วยเอาเข้าไปอบและถ่ายรูปให้ในครัวนะครับ เนื่องจากว่า ทางโรงแรมไม่อนุญาตให้แขกเข้ามาในส่วนนี้ ต้องขอขอบพระคุณเชฟมากๆครับ^^)
เสร็จแล้วหน้าตาออกมาประมาณนี้ ^^
จากนั้นเพิ่มท้อปปิ้งได้ด้วยการตัก cereal, yoghurt, ผลไม้ต่างๆ จากไลน์อาหารเช้า ใส่ลงไปเพื่อเพิ่มคุณค่าทางอาหารครับ ^^
ลองชิมมั้ยคร้าบบบบ มามะ เดี๋ยวผมป้อนให้น้าาาาา 😙😙😙

เป็นยังไงบ้างคร้าบบบบ ง่ายมั้ยฮะ แถมได้มีกิจกรรมสนุกๆระหว่างที่อยู่โรงแรมด้วย ทั้งนี้ทั้งนั้น หากจะนำไปทำตาม ผมแนะนำว่า ควรขออนุญาตทางโรงแรมก่อนนะครับ หากทางโรงแรมอนุญาต เราค่อยมาลองทำกันเนอะ

*** ผมได้ทำการขออนุญาตกับทางโรงแรม และ เชฟประจำห้องอาหารเช้าก่อนจัดทำคลิปแล้วครับ ***

พิมพ์มาตั้งนาน นึกได้ว่า ลืมแจกสูตรนี่นา อิอิ อ่านต่อด้านล่างเลยคร้าบ ^^

วัตถุดิบ
แป้งเค้ก                3 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาล                  2 ช้อนโต๊ะ
ผงโกโก้                1 1/2 ช้อนโต๊ะ
เบคกิ้งพาวเดอร์    1/4 ช้อนชา
เกลือ                     เล็กน้อย
นม                        3 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืช              1 1/2 ช้อนโต๊ะ
ช้อคโกแลตซอส   1 ช้อนโต๊ะ

*** วัตถุดิบที่เป็นของแห้ง ผมเตรียมมาจากบ้านนะครับ ส่วนวัตถุดิบที่เป็นของเหลว สามารถหาได้อยู่แล้วจากไลน์อาหารเช้าของทางโรงแรมครับ ***

สุดท้ายนี้ สำหรับท่านไหนที่ชื่นชอบผลงานของผม ก็อย่าลืมไปติดตามกันได้ที่ facebook fanpage www.facebook.com/kitchenmanfriend นะคร้าบบบ วันนี้ต้องขอลาไปก่อนนะครับ ใกล้จะได้เวลาไปบินแล้ว ไนซ์ ไฟล์ท คร้าบบบ ^^